Mitra Global CMS Mitra Global CMS Mitra Global CMS
 

เว็บน่าสนใจ

 

 
Mitra Global CMS Mitra Global CMS Mitra Global CMS
Mitra Global CMS Mitra Global CMS Mitra Global CMS
 
ประวัติอะมีรุ้ลฮัจญ์ PDF Print E-mail
Friday, 29 May 2009 10:00

อะมีรุ้ลฮัจญ์

คุณสมบัติและพันธกิจตามทัศนคติของอิหม่ามอัลมาวัรดีย์ อัชชาฟิอีย์ (ต.450 ฮ.ศ.)([*])

อะมีรุ้ลหัจญ์

อะมีรุ้ลฮัจญ์ คือ ผู้นำสูงสุดของประเทศ หรือผู้ที่ถูกแต่งตั้งเป็นอะมีรุ้ลฮัจญ์แทนผู้นำสูงสุด เพื่อเป็นหัวหน้าคณะผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ทั้งหมดของประเทศ เพราะเดิมที อะมีรุ้ลฮัจญ์เป็นหน้าที่ของผู้นำสูงสุดของประเทศ แต่ในกรณีที่อิหม่ามหรือผู้นำสูงสุดไม่ประสงค์จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ด้วยตนเอง อุละมาอ์ส่วนใหญ่มีทัศนะว่า ส่งเสริมให้ผู้นำสูงสุดแต่งตั้งอะมีรุ้ลฮัจญ์เพื่อทำหน้าที่แทนตน เพราะ ((ท่าน นบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้ส่งอะตาบ บิน อุสัยด์ เป็นอะมีรุ้ลฮัจญ์แทนท่านในปีที่แปดแห่งฮิจเราะฮฺศักราช และส่งอบู บะกัร เป็นอะมีรุ้ลฮัจญ์แทนท่านในปีที่เก้า และท่านเป็นอะมีรุลหัจญ์เองในปีที่สิบแห่งฮิจเราะฮฺศักราช)) (ดูเพิ่มติมใน หาชิยะฮฺอิบนุอาบิดีน 2/172 ฟัตหุลเกาะดีร 2/367-368 อัสนา อัลมะฏอลิบ 1/585 นิฮายะตุลมุหฺตาจญ์ 3/294-295 หาชิยะฮฺอุมัยเราะฮฺ อะลา อัลก็อลยูบีย์ 2/112 อัสนา อัลมะฏอลิบ 1/485) 

คุณสมบัติของอะมีรุ้ลฮัจญ์

ผู้ที่จะเป็นอะมีรุ้ลฮัจญ์ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติสำคัญดังต่อไปนี้

1. มีความรอบรู้เกี่ยวกับฮัจญ์

2. มีความภักดี และยำเกรง

3. มีวิสัยทัศน์และความคิดอ่านที่เฉียบแหลม

4. มีความกล้าหาญ

5. มีบุคลิกที่น่าเกรงขาม

6. และสามารถชี้นำทาง  

หน้าที่รับผิดชอบหลักของอะมีรุ้ลฮัจญ์

อะมีรุ้ลฮัจญ์มีภารกิจและหน้าที่รับผิดชอบหลักอยู่สองประการ

1.    หน้าที่รับผิดชอบด้านการดูแลความเรียบร้อยในการเดินทางของหุจญาจญ์ ซึ่งเป็นการดูแลปกครองด้านการบริหาร การเป็นผู้นำ และการควบคุมดูแล

2.    หน้าที่รับผิดชอบด้านการดูแลกิจการหัจญ์ 

หน้าที่รับผิดชอบด้านการดูแลความเรียบร้อย

อะมีรุ้ลฮัจญ์มีภารกิจหรือหน้าที่ต้องรับผิดชอบด้านการดูแลความเรียบร้อยของบรรดาหุจญาจญ์ 10 ปราการ คือ

1.  รวมบรรดาหุจญาจญ์ให้เป็นกลุ่มทั้งในยามที่เดินทางและหยุดพัก เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาต้องพลัดพรากกัน อยู่อย่างโดดเดี่ยว และถูกหลอกลวง

2.  จัดระเบียบการเดินทางและการหยุดพักให้กับหุจญาจญ์  จัดแบ่งพวกเขาให้เป็นกลุ่มๆ และแต่งตั้งผู้นำกลุ่มไว้คอยดูแล เพื่อที่ทุกคนจะได้เดินทางอย่างเป็นกลุ่ม และคุ้นเคยกันยามที่หยุดพัก ทำให้พวกเขาไม่ขัดแย้งกัน และไม่พลัดพรากหลงทางจากกัน

3.  ออกเดินทางไปพร้อมกับหุจญาจญ์ เพื่อผู้ที่อ่อนแอจะได้ขอความช่วยเหลือจากท่าน และผู้ที่หลงทางหรือพลัดหลงจะได้ไม่ถูกทอดทิ้งและตัดขาดจากกลุ่ม

4.  พาหุจญาจญ์เดินทางไปตามเส้นทางที่ชัดเจนและสมบูรณ์ที่สุด และหลีกห่างจากเส้นทางที่กันดาร ขรุขระ และยากลำบาก

5.  คอยเสาะหาน้ำให้แก่หุจญาจญ์ยามที่ขาดแคลนน้ำ และอาหารยามที่ร่อยหรอ

6.  คอยดูแลและรักษาความปลอดภัยให้แก่หุจญาจญ์ยามที่หยุดพัก และคอยห้อมล้อมพวกเขายามที่ออกเดินทาง เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาถูกลักพาตัว หรือถูกฉกชิงวิ่งราวจากผู้ที่เสเพล และไม่ให้ตกอยู่ในเป้าสายตาของผู้ที่คิดจะลักขโมย

7.   คอยปกป้องและขัดขวางผู้ที่จะสกัดกั้นการเดินทางไปทำหัจญ์ของหุจญาจญ์

8.   คอยไกล่เกลี่ยระหว่างหุจญาจญ์ที่ทะเลาะเบาะแว้งให้กลับคืนดีกัน และคอยเป็นตัวกลางประสานระหว่างผู้ที่ขัดแย้ง 

9.   คอยชี้แนะและนำทางผู้ที่เบี่ยงเบนให้กลับคืนสู่แนวทางที่เที่ยงตรง และให้การอบรมสั่งสอนผู้ที่ฉ้อฉลและคดโกง และไม่ทำการลงโทษจนเกินเหตุ

10. ให้คำนึงถึงความกว้างของเวลา จนกระทั่งมั่นใจว่าหุจญาจญ์ไม่พลาดจากการทำหัจญ์ และอย่านำเอาความคับแคบของเวลามาเร่งเร้าให้พวกเขารีบเร่งเดินทาง เมื่อหุจญาจญ์เดินทางไปถึงมีกอตควรเปิดโอกาสให้พวกเขาครองอิหฺรอมและทำธุระสิ่งที่เกี่ยวข้องให้เพียงพอ หากมีเวลาพอก็ให้เดินทางเข้ามักกะฮฺก่อนพร้อมๆกับพวกเขา เพื่อที่จะได้เดินทางไปสู่มะวากิฟ (สถานที่หยุดพัก) พร้อมๆกับผู้ที่พำนักอยู่ที่นั่น และหากเวลากระชั้นชิดก็ให้เดินทางมุ่งสู่มีนาและอะเราะฟะฮฺทันที เมื่อประชาชนเสร็จสิ้นจากอิบาดะฮฺหัจญ์แล้ว ก็ควรจะเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ปฏิบัติภารกิจส่วนตัวสักระยะหนึ่ง และจงอย่าทำให้พวกเขาต้องตรากตรำด้วยการรีบเร่งเดินทางออกจากมักกะฮฺ ในการเดินทางกลับก็ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับการเดินทางที่ผ่านมา จนกระทั่งพวกเขาไปถึงยังมาตุภูมิอย่างปลอดภัย ถึงตอนนั้น หน้าที่รับผิดชอบด้านการดูแลความเรียบร้อยในฐานะอะมีรุลหัจญ์ของเขาจึงจบสิ้นลง 

หน้าที่รับผิดชอบด้านการดูแลกิจการฮัจญ์

อะมีรุ้ลฮัจญ์ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลกิจการฮัจญ์เปรียบเสมือนอิหม่ามนำละหมาด ซึ่งจำเป็นต้องประกอบด้วยคุณสมบัติและเงื่อนไขของอิหม่ามนำละหมาดทุกอย่าง และต้องมีความรอบรู้อย่างแตกฉานเกี่ยวกับปัญหาและหุกมต่างๆของอิบาดะฮฺหัจญ์ และรอบรู้เกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ (มีกอต) และวันเวลาของการประกอบอิบาดะฮฺฮัจญ์  

ระยะเวลาของการดูแลกิจการหัจญ์

อะมีรุ้ลฮัจญ์ต้องทำหน้าที่ดูแลกิจการฮัจญ์เป็นเวลา 7 วัน โดยจะเริ่มตั้งแต่ละหมาดซุฮฺริของวันที่ 7 ซุลหิจญะฮฺ และสิ้นสุดหลังจากหุจญาจญ์เดินทางออกจากทุ่งมีนาในวันนะฟัรที่สองในวันที่ 13 ซุลหิจญะฮฺ (ดูเพิ่มเติมใน ฟัตหุลเกาะดีร 2/367-368 นิฮายะตุลมุหฺตาจญ์ 3/294-295 อัสนา อัลมะฏอลิบ 1/485) 

หน้าที่รับผิดชอบของผู้ดูแลกิจการฮัจญ์

ผู้ดูแลกิจการหัจญ์ หรืออะมีรุ้ลหัจญ์จะมีหน้าที่รับผิดชอบด้านภารกิจหลักของกิจการหัจญ์ 5 ประการ ดังต่อไปนี้

1.     ประกาศให้บรรดาหุจญาจญ์ทราบเกี่ยวกับกำหนดเวลาของการครองอิหฺรอม และเวลาที่จะออกเดินทางสู่สถานที่ต่างๆสำหรับประกอบอิบาดะฮฺหัจญ์

2.     ออกเดินทางพร้อมกับหุจญาจญ์ไปยังสถานที่ประกอบพิธีกรรมหัจญ์

 3.     จัดลำดับก่อนหลังในการปฏิบัติอิบาดะฮฺหัจญ์ให้แก่หุจญาจญ์ตามที่บัญญัติอิสลามได้กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นเพียงสิ่งที่ควรกระทำ หรือเป็นเพียงสิ่งที่มุสตะหับ (ส่งเสริม) ก็ตาม

4.    กำหนดเวลาและสถานที่หยุดพัก และเวลาเดินทาง เสมือนกับที่มีการกำหนดเวลาละหมาดสำหรับมะมูมด้วยการละหมาดของอิหม่าม

5.     เป็นอิหม่ามนำละหมาดและอ่านคุฏบะฮฺหัจญ์ -สำหรับอะมีรุลหัจญ์ส่วนกลาง- ในวันที่มีการรวมตัวกันของหุจญาจญ์ ซึ่งมีทั้งหมด 4 คุฏบะฮฺ ดังนี้

5.1    คุฏบะฮฺแรกในวันที่ 7 ซุลหิจญะฮฺ โดยให้อะมีรุลหัจย์ละหมาดซุฮฺริที่มักกะฮฺพร้อมๆกับพวกเขา หลังจากนั้นให้อ่านคุฏบะฮฺ ด้วยการชี้แจงให้พวกเขาทราบว่า วันรุ่งขึ้น (วันที่ 8 ซุลหิจญะฮฺ) พวกเขาจะต้องเดินทางออกไปยังมีนา และนอนพักค้างคืนที่นั่น และพอตะวันขึ้นของเช้าวันต่อมา (วันที่ 9 ซุลหิจญะฮฺ) ก็ต้องออกเดินทางจากมีนามุ่งสู่อะเราะฟะฮฺ เป็นต้น

5.2    คุฏบะฮฺที่ 2 ในวันที่ 9 ซุลหิจญะฮฺ หรือวันอะเราะฟะฮฺ โดยให้อะมีรุลหัจญ์อ่านคุฏบะฮฺหัจญ์ก่อนละหมาดซุฮฺริ เหมือนกับการอ่านคุฏบะฮฺวันศุกร์ ด้วยการกล่าวตักเตือนหุจญาจญ์เกี่ยวกับรุกนและอิบาดะฮฺหัจญ์ต่างๆที่พวกเขาจำเป็นต้องปฏิบัติ และการปฏิบัติต่างๆที่ต้องห้ามและจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง หลังจากนั้นให้ละหมาดรวมและย่อซุฮฺริและอัศริในเวลาแรกพร้อมๆกับพวกเขา เสร็จแล้วก็ไปวุกูฟ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺจนกระทั่งอาทิตย์ลับขอบฟ้า และพาขบวนหัจญ์เดินทางออกจากอะเราะฟะฮฺมุ่งสู่มุซดะลิฟะฮฺต่อไป

5.3    คุฏบะฮฺที่ 3 ในวันที่ 10 ซุลหิจญะฮฺ หรือวันนะหัร โดยหลังจากที่อะมีรุลหัจญ์เดินทางกลับไปยังมีนา หลังจากเฏาะวาฟอิฟาเฎาะฮฺที่มักกะฮฺเรียบร้อยแล้ว ให้อะมีรุลหัจญ์ละหมาดซุฮฺริพร้อมกับหุจญาจญ์ เสร็จแล้วให้อ่านคุฏบะฮฺหลังละหมาด ด้วยการกล่าวตักเตือนหุจญาจญ์เกี่ยวกับภารกิจที่ยังเหลืออยู่ และหุกมการออกจากอิบาดะฮฺหัจญ์ในเวลาแรกหรือนะฟัรเอาวัล (เย็นวันที่ 12 ซุลหิจญะฮฺ) และเวลาที่สองหรือนะฟัรษานีย์ (บ่ายวันที่ 13 ซุลหิจญะฮฺ) พร้อมกับชี้แจงว่าสิ่งใดบ้างที่เป็นที่อนุมัติสำหรับหุจญาจญ์หลังจากตะหัลลุลแรกแล้ว

5.4    คุฏบะฮฺที่ 4 ในวันที่ 12 ซุลหิจญะฮฺ หรือวันนะฟัรเอาวัล โดยให้อ่านคุฏบะฮฺหลังละหมาดซุหฺริ ซึ่งเป็นคุฏบะฮฺสุดท้ายที่ส่งเสริมให้อ่านในอิบาดะฮฺหัจญ์ ด้วยการชี้แจงให้หุจญาจญ์ทราบว่าอัลลอฮฺได้เปิดโอกาสให้พวกเขาเลือกที่จะออกจากอิบาดะฮฺหัจญ์ในสองเวลา โดยผู้ใดเดินทางออกจากมีนาหลังจากขว้างเสาหินทั้งสามต้นในวันที่ 12 ซุลหิจญะฮฺ ก่อนตะวันลับขอบฟ้า เขาก็ไม่จำเป็นต้องนอนพักที่มีนาอีกในคืนวันที่ 13 ซุลหิจญะฮฺ และขว้างเสาหินในวันรุ่งขึ้น และผู้ใดที่ยังพำนักอยู่ที่มีนาจนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้า เขาจำเป็นต้องนอนพักที่มีนาในคืนที่ 13 ซุลหิจญะฮฺอีกหนึ่งคืน และต้องขว้างเสาหินทั้งสามต้นในวันรุ่งขึ้น ส่วนอะมีรุลหัจย์ไม่ควรเดินทางออกจากมีนาในเวลาแรก (วันที่ 12 ซุลหิจญะฮฺ) แต่ควรออกจากอิบาดะฮฺหัจญ์ในเวลาที่สอง เพราะเขาเป็นผู้นำบรรดาหุจญาจญ์ ดังนั้นเขาจึงไม่ควรจะออกจากมีนาก่อนที่อิบาดะฮิหัจญ์จะแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้น หน้าที่ของอะมีรุลหัจญ์ที่เกี่ยวกับอิบาดะฮฺหัจญ์ก็จะสิ้นสุดลง 

การตัดสินชี้ขาดระหว่างหุจญาจญ์

1. ในกรณีที่หุจญาจญ์คนใดคนหนึ่งกระทำผิดถึงขนาดต้องมีการลงโทษ ถ้าหากว่าความผิดดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอิบาดะฮฺหัจญ์ อะมีรุลหัจญ์ในฐานะผู้ดูแลกิจการฮัจญ์ไม่มีสิทธิ์ที่จะลงโทษผู้ใด แต่ถ้าเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับอิบาดะฮฺหัจญ์ ก็อนุญาตให้อะมีรุลหัจญ์กล่าวตักเตือนและสั่งสอน ส่วนการสำเร็จโทษ อุลมาอ์มีทัศนะที่ขัดแย้งเป็นสองทัศนะ คือ ทัศนะแรกเห็นว่า อนุญาตให้อะมีรุลหัจญ์ลงโทษเขาทันที เพราะเป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับอิบาดะฮฺหัจญ์ ส่วนทัศนะที่สองเห็นว่าไม่ควรลงโทษ เพราะเป็นการกระทำที่นอกเหนือจากการดูแลภารกิจหัจญ์2. ไม่อนุญาตให้อะมีรุลหัจญ์ตัดสินความระหว่างหุจญาจญ์ในความขัดแย้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับอิบาดะฮฺหัจญ์ ส่วนความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิบาดะฮฺหัจญ์ อาทิ ความขัดแย้งระหว่างสองสามีภรรยาในเรื่องของการจ่ายค่าชดเชย (กัฟฟาเราะฮฺ) เนื่องจากการร่วมหลับนอนกันว่าใครต้องเป็นคนจ่าย เป็นต้น อุลมาอ์มีทัศนะที่ขัดแย้งเป็นสองทัศนะเช่นเดียวกัน ทัศนะแรกเห็นว่าควรจะให้คำชี้ขาดแก่พวกเขา ส่วนทัศนะที่สองเห็นว่าไม่ควร3. ในกรณีที่หุจญาจญ์คนใดคนหนึ่งกระทำผิดที่จำเป็นต้องจ่ายฟิดยะฮฺ อะมีรุลหัจญ์มีสิทธิ์ที่จะบังคับให้เขาจ่ายฟิดยะฮฺ และอนุญาตให้อะมีรุลหัจญ์ให้คำฟัตวาในสิ่งที่ถูกถาม ถ้าหากว่าเขาเป็นคนที่มีความรู้ และอะมีรุลหัจญ์ไม่มีสิทธิ์ที่จะชักจูง หรือหว่านล้อมหุจญาจญ์ให้ปฏิบัติอิบาดะฮฺหัจญ์ตามทัศนะหรือมัซฮับของตน                                                                                                

                                                          จัดทำโดย

                                                                ดร. อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา           

                                                                 ธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลาม ยะลา             

                                                    อังคาร ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551

 ________________________________________  ([*])

บทความนี้คัดย่อมาจาก: อบู อัลหะสัน อัลมาวัรดีย์ (ต. 450 ฮ.ศ.), “อัลอะหฺกาม อัสสุลฏอนิยะฮฺ วัลวิลายาต อัดดีนิยะฮฺ”, ดร. อะหมัด มุบารัก อัลบัฆดาดีย์, หน้า 139-144,  พิมพ์ครั้งที่ 1, ปี 1989, คูเวต : สำนักพิมพ์ ดารฺอิบนุกุตัยบะฮฺ

 

 

 

 

 

Last Updated on Sunday, 07 June 2009 00:00
 
 
Mitra Global CMS Mitra Global CMS Mitra Global CMS
Mitra Global CMS Mitra Global CMS Mitra Global CMS
 

Polls

คุณคิดว่าเรื่องฮ้จญ์ปัญหาใดที่ควรแก้ไขมากที่สุด?
 

น่าสนใจ

บุคคลที่ออนไลน์ขณะนี้

We have 1 guest online

จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday6
mod_vvisit_counterYesterday5
mod_vvisit_counterThis week34
mod_vvisit_counterLast week50
mod_vvisit_counterThis month61
mod_vvisit_counterLast month146
mod_vvisit_counterAll20523

Online (20 minutes ago): 5
Your IP: 38.107.179.209
,
Now is: 2012-02-09 11:27
 
Mitra Global CMS Mitra Global CMS Mitra Global CMS